ชี้ผลพวง”อาฟตา”หนุนธุรกิจแข่งดุลุย”ดังกิ้นคอฟฟี่”
ดังกิ้น โดนัทระบุผลกระทบจากอาฟตา ทำให้การแข่งขันระหว่างแบรนด์นอกและแบรนด์ของไทยรุนแรงขึ้น เตรียมแผนรุกธุรกิจกาแฟ “ดังกิ้น คอฟฟี่” ตั้งเป็นคีออสภายในร้านดังกิ้น โดนัท ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มวัยรุ่น
นายโทนี่ พาเวเช่ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ดังกิ้น โดนัท อินเตอร์เนชั่นแนล และนายนาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น โดนัท (ประเทศไทย) จำกัด ผู้รับลิขสิทธิ์ดำเนินการร้าน “ดังกิ้น โดนัท” เปิดเผยว่า ผลจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟตา จะทำให้การแข่งขันในภาคธุรกิจต่างๆ มีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างแบรนด์ต่างชาติและแบรนด์ท้องถิ่น เนื่องจากผู้ประกอบการต่างชาติ หรือผู้ประกอบการที่มีการนำเข้าวัตถุดิบจะมีต้นทุนประกอบการที่ต่ำลงอย่าง มากจากอัตราภาษีที่ลดลง ยกตัวอย่างเมล็ดกาแฟ จากอัตราภาษีประมาณ 94% ลดเหลือ 5%
ทั้งนี้ การลดภาษีดังกล่าวสอดรับแผนรุกขยายธุรกิจ “ดังกิ้น คอฟฟี่” ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดตัวธุรกิจกาแฟ ซึ่งจะเป็นคีออส ภายในร้านดังกิ้น โดนัท ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ กำหนดราคาจำหน่าย 50-55 บาท โดยปัจจุบันการจำหน่ายกาแฟภายในร้านดังกิ้น โดนัท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 10% ตั้งเป้าหมายขยับเพิ่มเท่าตัวเป็น 20% ภายในปีหน้า
“ร้านกาแฟที่เป็นเชนท้องถิ่นอาจต้องปรับตัวขนานใหญ่ เพราะอินเตอร์แบรนด์จะได้ประโยชน์จากอาฟตาอย่าง มากตั้งแต่ต้นทุนประกอบการที่ลดลง จากการนำเข้าวัตถุดิบ สามารถพัฒนาสินค้า เพิ่มวาไรตี้ รองรับการแข่งขันได้ดีขึ้น” ผู้บริหารดังกิ้น โดนัท กล่าวและว่า การรุกทำตลาด “ดังกิ้น คอฟฟี่” ในครั้งนี้เป็นการขยายตลาดเครื่องดื่มและทำให้ดังกิ้น โดนัท ประเทศไทย สามารถทำตลาดเต็มรูปแบบในคอนเซปต์ “คอฟฟี่ แอนด์ โดนัท” เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแบรนด์โดนัทคู่แข่งแล้ว ดังกิ้น โดนัท ยังมีสัดส่วนลูกค้าวัยรุ่นใช้บริการน้อยกว่า ทั้งนี้ กาแฟคั่วบดของดังกิ้น โดนัท จะเป็นการนำเข้าจากเกาหลี
ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายด้วย กาแฟลดความอ้วน
ที่มา หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2553
Read more article at เบรกเก็บภาษีชา-กาแฟหวั่นกระทบชาวไร่.
No related posts.